ตำรวจเพชรบุรีแถลงข่าวยาเสพติดมูลค่ากว่า 45 ล้านบาท ใช้พาหนะรถเก๋งขนมุ่งหน้าลงใต้ พบทั้งยาไอซ์ และผงยาเสพติดรวมน้ำหนัก 305 กิโลกรัม
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 มกราคม 2565 นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พล.ต.ต.พิสิฐ ตันประเสริฐ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (รอง ผบช.ภ.7) พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชาธร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการ คณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทีมชุดจับกุม และสื่อมวลชน ร่วมแถลงข่าวการจับกุมยาเสพติด ณ หน้าอาคารสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี จากการเปิดเผยของชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี มีสายลับรายงานว่า จะมีการลำเลียงยาเสพติดโดยใช้รถยนต์เก๋งสีขาว ขับมาจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าลงสู่ภาคใต้ มาจอดพักเพื่อเปลี่ยนคนขับในพื้นที่อำเภอบ้านลาด จึงได้ร่วมกันวางแผนจับกุม
พล.ต.ต.พิสิฐ ตันประเสริฐ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เปิดเผยว่าการปฏิบัติการยึดยาเสพติดรายใหญ่ในครั้งนี้ ทีมสืบสวนจับกุม พบรถต้องสงสัยเข้ามาจอด ข้างทางถนนเพชรเกษม ใกล้ปั๊ม ปตท.หลังการพิสูจน์ทราบ ยึดรถมาตรวจที่โรงพัก พบยาไอซ์ของกลาง จำนวน 11 ถุงดำ น้ำหนัก 305 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 45 ล้านบาท ซึ่งจากการตรวจพิสูจน์ด้วยน้ำยามาร์ควิส (ขององค์การเภสัชกรรม)แสดงผลเป็นสีน้ำตาล ซึ่งอาจเป็นแอมเฟตามีน มีน้ำหนัก 73 กิโลกรัม ส่วนอีก 200 กว่ากิโลกรัม จะต้องมีการพิสูจน์ทราบกันอีกครั้ง ว่าเป็นยาเสพติดประเภทไหน สำหรับตัวผู้กระทำผิดนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมของเจ้าหน้าที่ทุกหน่วย เพื่อเอาตัวผู้กระทำผิดทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งคาดว่ายาเสพติดพวกนี้จะนำไปสู่พื้นที่ภาคใต้ตอนล่างเพื่อจะส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
ทางด้านนายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีได้กล่าวชื่นชมศักยภาพทีมตำรวจทุกนาย ที่มีความมุ่งมั่นจนสามารถจับกุมยาเสพติดของกลางได้เป็นจำนวนมาก สานนโยบายรัฐบาลที่เร่งป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะพื้นที่เพชรบุรี ซึ่งเป็นประตูสู่ภาคใต้ มักจะเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดอยู่เสมอ จากความเข้มแข็งของทางสายข่าว ที่จะมีการลำเลียงส่งผ่านในพื้นที่อำเภอบ้านลาดนั้น ทางตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี บูรณาการการทำงาน ร่วมกับทางภาค 7 ปปส.ภาค 7 จนสามารถเข้าตรวจยึดยาเสพติดได้
นอกจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีได้กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดเพชรบุรีห่วงปัญหาบ้านเมืองทุกด้าน ทั้งจากสถานการณ์โรคโควิด 19 ซึ่งที่ผ่านมาการแพร่ระบาด คลัสเตอร์ใหญ่มาจากแรงงานต่างด้าว การกวดขันจึงมุ่งเน้นไปที่รถโดยสาร รถยนต์กระบะ เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าว ซึ่งคนร้ายอาจมองเห็นลู่ทางที่เจ้าหน้าที่กำลังให้ความสนใจการแก้ปัญหาในเรื่องนี้ จึงต้องดำเนินการปรับแผนไม่เพียงตรวจรถสิบล้อ รถตู้ เท่านั้นแต่จะให้ความสำคัญในการตรวจดูแลรถครอบครัว รถส่วนตัวให้เพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันการซุกซ่อนในการลำเลียงขนยาเสพติดผ่านเพชรบุรี
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น